กดถอนเงินทีละนิด กับถอนเป็นก้อน แบบไหนดีกว่ากัน?

โพสโดย : LookMhee
loading...

หลังจากที่เงินเดือนออกแต่ละเดือน ถ้าสังเกตุจะพบว่ามนุษย์เงินเดือนแต่ละคนจะมีวิธีการกดเงิน ถอนเงิน ออกมาใช้แตกต่างกันไป บางคนไปตู้ ATM กดออกมาทีละน้อย ถ้าหมดหรือไม่พอก็ค่อยไปกดเพิ่ม บางคนก็ถอนเงินออกมาคราวเดียวเป็นก้อนไว้ใช้จ่ายทั้งเดือน วันนี้เราจะพาไปดูกันว่า วิธีไหนดีกว่ากัน แบบไหนที่เหมาะกับคุณ เพื่อที่จะได้เหลือเงินเก็บในบัญชีเพิ่มขึ้น และสะดวกเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการใช้จ่ายในแต่ละเดือนต่อไป

ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า การถอนเงินทั้ง 2 แบบนี้ ส่งผลแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้นำมาเป็นทางเลือกสำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือนต่อไป

เริ่มจากแบบที่หนึ่ง การถอนเงินออกมาทีละนิด
การถอนเงินแบบทีละนิดละน้อย ถอนออกมาใช้สำหรับช่วงระยะเวลาสั้นๆ เช่น ถอนทุกวัน หรือถอนออกมาใช้เป็นสัปดาห์ๆไป หรืออาจจะมีแบบที่ถอนออกมา ประมาณว่าพอจะใช้ทีหนึ่ง ก็ถอนออกมาเท่านั้น การถอนเงินในลักษณะนี้ แน่นอนที่สุดว่าเงินจะสูญหายไปจากบัญชีน้อยกว่าถอนออกมาทั้งก้อน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเผลอใช้เงินไปจนหมดน้อยกว่าการถอนออกมาแบบเป็นก้อนอีกด้วย และยังสามารถกันเงินเอาไว้ออมได้สะดวกกว่าแบบถอนออกมาเป็นก้อน

อีกประการหนึ่ง คือ การที่ต้องไปคอยเบิกเงินจากธนาคาร ย่อมเป็นอุปสรรคที่จะเบรกการใช้เงินของเราเอาไว้ได้ บางทีอยากได้อะไร แต่ไม่มีสถานที่ที่จะเบิกเงินมาได้ นั่นก็เท่ากับเรามีเวลาที่จะคิดมากขึ้น ว่ารายจ่ายนั้นจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

ข้อเสีย การถอนเงินแบบนี้ไม่ต้องการการบริหารอะไรมาก ผู้ที่ใช้วิธีถอนเงินลักษณะนี้จึงมักไม่ค่อยมีการวางแผนการใช้เงิน การใช้เงินจะเป็นไปในลักษณะตามอารมณ์มากกว่า หากที่ไหนมีตู้ ATM ก็จะกดเงินออกมาใช้ แต่ถ้าที่ไหนไม่มีตู้ ATM ผู้ที่ใช้วิธีกดเงินทีละน้อยๆ มักจะเปลี่ยนใจไม่กด ซึ่งพฤติกรรมการใช้เงินตามใจตนเองอย่างนี้ ย่อมส่งผลให้เงินในบัญชีหมดไวกว่าผู้ที่ใช้วิธีกดเงินมาเป็นก้อน ๆ และมักจะหมดไปกับรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะหากไปอยู่ในที่ๆ สามารถเบิกเงินได้ง่ายและไม่มีการวางแผนการใช้จ่ายที่ดี

เพิ่มเติมสำหรับคนที่สนใจกดเงินใช้แบบรายวัน
(แอดมินเคยเห็นพี่ที่ทำงานเก่า หลายคนนิยมถอนเงินออกมาใช้แบบวันต่อวัน ส่วนใหญ่จะกดเงินตอนเข้างานวันละ 200 บาท ฮ่าๆ แรกๆก็สงสัยว่าเขากดกันเท่านี้พอใช้กันไหม ก็เลยถามพี่ๆที่สนิทกัน ได้คำตอบมาว่า ไม่พอก็ต้องใช้ให้พอ ช่วงแรกๆยังไม่ชินก็อาจต้องกดเพิ่มบ้าง แต่ก็พยายามไม่แหกกฎ จนทุกวันนี้เงิน 200 ที่กดมาเหลือกลับบ้านด้วย ส่วนใหญ่ใช้ไม่เกิน 150 บาทด้วยซ้ำ แล้วแต่ละเดือนเหลือเงินเก็บเยอะไหม คิดว่าหลายคนคงอยากทราบ วิธีนี้ช่วยให้เงินในบัญชีเหลือเยอะขึ้นจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว  อีกอย่างที่ทำงานตู้ ATM ก็มีอยู่จำนวนมาก ทำให้สะดวกต่อการการถอนเงินมาใช้แบบวันต่อวัน ใครที่สนใจวิธีนี้ลองดูนะคะ เจ้าของไอเดียนี้บอกว่า เงินเดือนหักค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าเดินทาง หักทุกอย่างแล้วเหลือไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท อ่อ ลืมบอกอีกอย่างค่ะ พี่เขาอยู่บ้านตัวเอง ค่าเดินทางเดือนละ 2500-3000 บาท เติมแก๊ส เสียค่าที่จอดรถเดือนละ 1000 บาท )

แบบที่สอง คือ การกดเงินมาแบบเป็นก้อน 
การกดเงินมาใช้จ่ายแบบเป็นก้อนๆ แล้วใช้เฉพาะก้อนนั้น หลายคนเลือกกดเงินออกมาเป็นก้อน บางคนกดครั้งเดียว กะใช้ให้รอดถึงสิ้นเดือน การกดเงินด้วยวิธีนี้มักจะเป็นเงินที่มีจำนวนมากกว่า 10,000 บาท ซึ่งแน่นอนว่าเงินจะหมดไปจากบัญชีเร็วกว่าการกดเงินทีละน้อยๆ ส่วนที่เหลือติดบัญชีเอาไว้ ถ้าไม่เป็นเงินที่กันเอาไว้สำหรับรายจ่ายฉุกเฉิน ก็มักจะเป็นเงินที่เหลือไว้สำหรับรักษาบัญชีเท่านั้น หากเงินส่วนนี้หมด ก็คือหมดเลย
 วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ วางแผนค่าใช่จ่ายล่วงหน้าและมีระเบียบในการใช้เงิน ไม่สุรุ่ยสุร่ายจนเกินไป เพราะถ้าใช้จ่ายไม่เป็นระบบเงินที่กดออกมาก็จะนำมาใช้จ่ายได้ไม่ถึงสิ้นเดือน 

ข้อเสียก็แน่นอน ว่าคือการที่เงินหมดไปจากบัญชีมากกว่าแบบแรก อีกทั้งการนำเงินแบบเป็นก้อน ๆ มาใช้ ก็จำเป็นที่จะต้องมีแผนการบริหารที่แยบยลเป็นระบบและต้องใช้เฉพาะรายจ่ายที่จำเป็นจริง ๆ เพราะหากเงินก้อนนี้หมดก็เท่ากับว่าต้องรอเดือนถัดไป ยิ่งถ้าหมดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนความลำบากในการใช้ชีวิตเดือนนั้นจะบังเกิดขึ้นทันที
อย่างไรก็ตาม การกดเงินออกมาแบบเป็นก้อน ๆ นี้ ก็ยังมีข้อดีคือเงินจะหมดไปกับรายจ่ายที่จำเป็นมากกว่า นั่นหมายความว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่กดมาจะถูกบริหารและใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ากว่าการกดมาทีละน้อย ๆ อีกทั้งหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงิน ก็สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปเบิกเหมือนกับแบบแรก
ฉะนั้น หากต้องการนำเงินออกมาใช้เป็นก้อน ๆ จำเป็นต้องมีแผนการบริหารที่ดีและเป็นระบบมาก ๆ เพราะการนำเงินมาใช้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก หากเผลอนำเงินไปใช้แบบไม่จำเป็นจนหมด นั่นหมายถึงการใช้ชีวิตที่จะยากลำบากขึ้น ซึ่งจะต่างจากการกดเงินออกมาทีละน้อย ๆ ที่จะมีปัจจัยเรื่องสถานที่เบิกมาเป็นอุปสรรคและเป็นตัวเบรกการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดี


กล่าวโดยสรุป
วิธีการกดเงินออกมาใช้มีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ

1. กดมาทีละน้อยๆ พอใช้ในแต่ละครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่อยากบังคับให้ตัวเองมีเงินเก็บ แต่วิธีนี้ก็ต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายที่ดี ว่ากดเงินได้กี่ครั้ง ครั้งละเท่าไหร่ ให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง

2. กดออกมาเป็นก้อน  สำหรับใช้ในระยะเวลานานๆ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบถอนเงินบ่อยๆ มีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างแยบยล มีระเบียบ ไม่เผลอนำไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่จำเป็น จนทำให้เงินหมดก่อนวันที่วางแผนเอาไว้

ทั้งนี้แต่ละวิธีต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วว่าจะเลือกใช้วิธีไหนที่ วิธีใดที่เหมาะกับเราและช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากที่สุดและสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจะลืมไปมิได้หากต้องการประหยัดรายจ่าย คือ ต้องรู้จักหักห้ามใจ พยายามเลือกซื้อของที่มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต มากกว่าจะซื้อของตามใจตนอยากได้ เพราะหากยังควบคุมกิเลสของตนเองไม่ได้ การจะพยายามควบคุมการใช้จ่ายด้วยรูปแบบการเบิกเงินก็คงจะไม่มีประโยชน์

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : http://www.sanookdee.info รูปภาพจาก : Sanook! Moneywww.thairath.co.thwww.siamrath.co.th
ที่มาจาก : Thaijobsgov.com


loading...