“ขนมกล้วย” ทำเองง่าย ๆ ได้กินกล้วยเน้นๆ หอมมะพร้าวอ่อนหน่อยๆ อร่อยดีนักแล

โพสโดย : lookmhee03
loading...

วันนี้ลูกหมีจะพาทุกท่านมาทำของหวานกับเมนู "ขนมกล้วย" แนะนำสำหรับใครที่ชอบกินของหวาน น้ำตาลไม่ต้อง อร่อยด้วยอย่างนี้ น่าสนใจมากเลยนะคะ แถมช่วงนี้กล้วยน้ำว้าถูกมาก หวีโต ๆ หวีละ 25 บาทเอง เวลาซื้อมากินทีละหวี ก็กินไม่ทัน สุกงอมก่อนทุกที ฉะนั้นเราจะไม่ปล่อยให้มันต้องเน่า และต้องทิ้งไปเฉยๆ เอามาทำขนมอร่อยเก็บไว้กินวันหลังก็ได้ดีกว่าเนอะ โดยสูตรนี้ได้จากคุณ มันแกวกะแห้วหมู สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทอม ถ้าพร้อมแล้วก็ตามลูกหมีมาเลย

::วัตถุดิบ::

1.กล้วยน้ำว้าสุก สัก 10 - 12 ผล ก็เอาสุกประมาณเปลือกเริ่มดำ

2.หัวกระทิสดสัก 250 cc. 

3.แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วยตวง

4.แป้งมันครึ่งถ้วยตวง

::วิธีทำ::

1.เอากล้วยมาปอกเปลือกหั่นซอยให้เล็กลงหน่อย หรือจะใช้ทั้งลูกเลยก็ได้ เพราะอย่างไรก็ต้องเอามาขยำให้เละ ๆ อยู่ดี  ใช้วิธีหั่นให้เล็ก เพื่อให้ขยำง่าย เนื่องจากกล้วยที่เอามาทำวันนี้ ยังไม่งอมเท่าไหร่

2.เพื่อเพิ่มอรรถรส ก็ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปสักหน่อย ให้ง่ายก็ซื้อมะพร้าวน้ำหอมที่คนขายปอกให้เสร็จ ปัจจุบันริมทางขายลูกละ 20 บาท ก็ซื้อมาสัก 2 ลูก เอาน้ำมะพร้าวไปกินให้ชื่นใจ ส่วนเนื้อมะพร้าว มาทางนี้

3.ใส่ถุงมือก็ดี ขยำกล้วยให้เละ ๆ (จริง ๆ ยังไม่ควรใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป ขยำกล้วยให้เละก่อน แล้วค่อยใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปทีหลังจะดีกว่า)

4.เหลวได้ที่แล้วก็เติมเกลือสมุทรสักครึ่งช้อนชา หัวกระทิสดสัก 250 cc.  แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วยตวง แป้งมันครึ่งถ้วยตวง แล้วคน ๆ ทำละลายให้เข้ากัน

.

4.ไม่ได้เตรียมกระทง ไม่ได้เตรียมใบตองสำหรับห่อ เอาแบบนี้เลย ถ้วยตะไลที่ใช้สำหรับทำขนมถ้วย เอามาใช้แทน  แรกก็อุ่นถ้วยให้ร้อนก่อน

5.พอถ้วยร้อนแล้วก็หยอด (ตัก) กล้วยที่ผสมไว้แล้วลงไป

6.ถ้าใส่ถ้วยตะไล ก็นึ่งสัก 20 นาทีก็พอ

 

เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็ออกมาหน้าตา น่าอร่อยแบบนี้แล้ว

ใช้ช้อนแคะออกมา ผ่าดู มีเนื้อกล้วย เนื้อมะพร้าวอ่อน ให้เห็นหยาบ ๆ  อร่อยดีนักแล

ถ้ามีเนื้อมะพร้าวขูดที่ยังไม่ได้คั้นน้ำ ก็เอาใส่ลงไปได้ กินแล้วมันก็จะมัน ๆ หน่อย

บรรจุ เตรียมเดินทาง

 

อร่อยฝุดๆ ยิ่งถ้าได้กล้วยหวาน รสชาติก็จะออกหวานหอม  ทำคราวนี้ กล้วยไม่หวานมาก ชิมแล้วเลยเอากล้วยหอมสุกงอมปนลงไปลูกนึง หวานขึ้นมาเชียว ใครที่อยู่ว่าง ๆ ก็ลองทำกินเล่นดูนะคะ หรือจะแจกพี่ ๆ น้อง ๆ  ก็ว่ากันไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก มันแกวกะแห้วหมู (pantip.com)

 


loading...