จุดเริ่มจากเด็กเช็ดตู้!! กว่าจะมาเป็น “บอย ท่าพระจันทร์” เซียนพระร้อยล้าน

โพสโดย : lookmhee03
loading...

เรื่องราวของเครื่องรางของขลังเกี่ยวกับพระเครื่อง ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล หลายคนมีความเชื่อและศรัทธาจนถึงขั้นเช่าเพื่อเก็บเอาไว้บูชา แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เชื่อและอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมแค่พระเครื่องถึงมีราคาแพงแสนแพง วันนี้ลูกหมีจึงอยากจะพาทุกท่านคนไหนที่สนใจ หรือคนไหนที่อาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน ไปเปิดชีวิตของเซียนพระอย่าง “บอย ท่าพระจันทร์” ที่มีจุดเริ่มจากเด็กเช็ดตู้สู่เซียนพระร้อยล้าน

แน่นอนว่าถ้าพูดถึง ‘เซียนพระ’ หลายคนคงจินตนาการว่าต้องเป็นผู้อาวุโสที่ผ่านกาลเวลามายาวนานแต่ไม่ใช่กับชายหนุ่มคนนี้  อรรถวัติ  ศิริสิทธิธงไชย หรือคนทั่วไปรู้จักในนามของ ‘บอย ท่าพระจันทร์’ เซียนพระชื่อดังวัยย่างเข้า 38 ปี ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการพระเครื่องมากว่า 24 ปีแต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเชี่ยวชาญและเก่งกาจในการดูพระหลากหลายชนิดจนเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในวงการ

จุดเริ่มต้นของบอย ท่าพระจันทร์นั้นเกิดจากความเริ่มหลงใหลพระเครื่องตั้งแต่อายุแค่ 13 ปีโดยเขาย้อนเล่ากลับไปว่าก็เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปที่ชอบเล่นรถทามิย่าของเล่นสุดฮิต(ในตอนนั้น) ซึ่งกวาดรางวัลจากการแข่งขันมานับไม่ถ้วนแต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่เมื่อเข้าไปบวชเณรช่วงหน้าร้อนที่พุทธมณฑล

บรรดาเณรที่บวชอยู่ด้วยกันได้เอาพระเครื่องมาโชว์กันอย่างสนุกสนานแต่ตัวเขานั้นกลับไม่มีพระเครื่องเป็นของตัวเองเลยแม้แต่องค์เดียว นั่นทำให้เมื่อสึกออกมาแล้วเด็กชายบอยได้นำรถทามิย่าของตัวเองไปแลกพระเครื่องกับเพื่อนๆ แถวบ้านนั่นคือจุดเริ่มต้นของความหลงใหลพระเครื่องของบอยท่าพระจันทร์อย่างแท้จริง

มูลค่าพระเครื่องทั้งหมดที่เห็นประมาณ 25-30 ล้านบาท

ด้วยความรักในการดูพระเครื่องอย่างถอนตัวไม่ขึ้นทำให้บอยเข้าไปคลุกคลีอยู่กับเซียนพระในตลาดพระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้นคือ ‘ท่าพระจันทร์’ โดยช่วงแรกก็อาศัยครูพักลักจำจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือแลกกับการเฝ้าตู้เช็ดตู้พระเครื่องพลางเดินหาพระเครื่องมาปล่อยทำกำไรสั่งสมประสบการณ์อยู่หลายปีบวกกับความที่ชอบศึกษาหาความใส่ตัวอยู่ตลอดจนทำให้จากเด็กคนหนึ่งที่ไต่เต้าจากไม่มีอะไรเติบโตมาจนดูพระเก่งกาจ สามารถฟันธงเรื่องพระแท้และปลอมได้กล้าจ่ายตังค์หลักแสนหลักล้านได้ จนเซียนพระด้วยกันให้การยอมรับอย่างมากมายจนเป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่อง

เมื่อถามถึงนิยามของคำว่า ‘เซียนพระ’ บอยตอบว่า "ถ้าจะใช้คำว่าเซียนก็ต้องมีความรู้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่วิเคราะห์แล้วสามารถควักกระเป๋าจ่ายตังค์ได้อันนี้คือเซียน แต่ถ้าคนพูดเยอะคุณจะพูดอะไรก็ได้รู้ทุกอย่างได้แต่สุดท้ายคุณไม่กล้าจ่ายตังค์อันนี้ไม่ใช่เซียน”

ถ้าใครมองว่าเป็นถึงเซียนพระชื่อดังชีวิตต้องชิลแน่นอน แต่ความจริงได้ได้เป็นแบบนั้น “กิจวัตรประจำวันของผมคือเช้าตื่นมาเช็คไลน์รูปพระก่อนเพราะวันนึงคนส่งรูปพระมาให้ผมดูวันละหมื่นกว่ารูป เข้าช่วง 10 โมงนั่งเทรดหุ้นจนถึงเที่ยงครึ่งจะกลับมาเช็คไลน์อีกทีนึงล้วก็ไปนั่งดูหุ้นจนถึง 4 โมงเย็นนัดหมายกับลูกค้าที่ส่งรูปพระมาทางไลน์เฉพาะองค์ที่มีแนวโน้มว่าเป็นพระแท้หลังจากนั้นก็เช็คไลน์ไปเรื่อยๆ จนถึงเที่ยงคืน”

บอยเล่าต่อว่า “ลูกค้าส่งรูปพระมาให้ผมดูประมาณหมื่นกว่ารูปโดยทุกรูปผ่านการสแกนโดยตรงจากผมทั้งหมดถ้าดูแล้วมีแนวโน้มว่าเป็นพระแท้แล้วคุยราคาที่น่าเป็นไปได้ก็จะนัดหมายสถานที่เพื่อนัดหมายกับลูกค้าต่อไปโดยต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนสิ่งนี้ทำให้เห็นว่าช่องทางการรับเช่าพระนั้นเปลี่ยนไปจากอดีตโดยสิ้นเชิงปัจจุบัน โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดพระกว้างและใหญ่ขึ้นมากในปัจจุบัน คนเล่นพระในบ้านเราถ้าประเมินคร่าวๆ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 คนเป็นอย่างน้อย”

 

บอย ท่าพระจันทร์กับร้านที่ตั้งอยู่ในห้างพันธ์ทิพย์งามวงศ์วานชั้น 3

เซียนกับการพลาดพลั้งนั้นเป็นของคู่กัน “สาเหตุหลักๆ มาจากความโลภเป็นส่วนใหญ่เช่นพระองค์นึงปล่อยได้ 5 แสนเจ้าของเอา 4-5 หมื่นด้วยความที่เราอาจจะรีบหรือลนกลัวเจ้าของไม่ปล่อยเราตัดสินใจไปด้วยความรวดเร็วไม่ได้ไตร่ตรองโดยละเอียดนั่นคือโอกาสที่เราพลาดแล้วพระที่เราพลาดส่วนใหญ่ไม่ใช่พระเหรียญจะเป็นพระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อชินที่เราไม่ชำนาญ”

“ถ้าคุณจะอยู่ในวงการพระโดยที่คนที่ยอมรับคุณว่าเป็นเซียน เซียนคนไหนไม่เคยโดนพระปลอมเซียนคนนั้นขี้โม้ เซียนคนไหนไม่เคยโดนพระเก๊แปลว่าเซียนคนนั้นไม่เคยจ่ายตังค์” -บอย ท่าพระจันทร์-

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก mthai และ FB : บอย ท่าพระจันทร์ FC


loading...