ระวัง!! “10 อาหาร” แสนอร่อย ที่ทำให้หน้าแก่ ถ้าไม่อยากหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย ควรหลีกเลี่ยงซะ

โพสโดย : lookmhee03
loading...

และต้องยอมรับเลยว่าบ้านเราเป็นประเทศที่อาหารอร่อยเยอะมาก หลายอย่างก็เป็นอาหารที่ดีมีประโยชน์ ทานเข้าไปแล้วก็ไปช่วยบำรุงร่างกาย แต่อาหารบางอย่างนี่สิ ที่มีแค่ความอร่อย แต่ไม่ได้เป็นประโยชน์ใดๆ เลย และยังทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น ดูแก่กว่าวัยที่แท้จริง จากพฤติกรรมในการกินอาหารแต่ละมื้อ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง วันนี้ลูกหมีจึงมีอาการทั้ง 10 อย่างที่เป็นสาเหตุทำให้หน้าแก่ หน้าเหี่ยวก่อนวัยอันควร จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

 

1.อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลมาก

หากร่างกายของคุณได้รับปริมาณน้ำตาลมากเกินไปนั้นอาจจะส่งผลให้เกิด ปฏิกิริยาที่เรียกว่า glycation ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวนี้เป็นสาเหตุทำให้คุณแก่ก่อนวัยได้นั่นเองเนื่องจาก โมเลกุลของน้ำตาลส่วนเกินที่เราได้รับนั้นจะไปรวมกับโปรตีนส่งผลให้เกิดสาร ประกอบตัวใหม่ที่มีความแข็งยืดหยุ่นน้อยและแตกเปราะได้ง่ายส่งผลให้เซลล์ เสื่อมสภาพ สูญเสียคอลลาเจนและเกิดริ้วรอยได้ง่ายเนื่องจากผิวไม่สามารถยืดหยุ่นได้ เหมือนเดิมนั่นเอง

 

2.เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

ตับสุขภาพดีส่งผลให้ผิวและร่างกายมีสุขภาพที่ดีไปด้วย เพราะตับมีหน้าที่ทำลายสารพิษ กำจัดของเสียที่ร่างกายได้มาจากอาหารหรือสารที่รับเข้าไป เช่น ยา แอลกอฮอล์ ฯลฯ เมื่อตับของคุณทำงานได้เป็นอย่างดีก็จะถูกขับของเสียออกจากร่างกายได้เองตาม ธรรมชาติ แต่ถ้าสารพิษเข้าไปสะสมในตับมากขึ้น จนเกิดสารพิษตกค้างจะส่งผลเสียตามมาหลายอย่างทั้งในเรื่องของผิวพรรณและ สุขภาพ ซึ่งแอลกอฮอล์ก็มีส่วนสำคัญที่เป็นตัวการในการทำลายตับอย่างมากไม่ว่าจะทำ ให้ไขมันสะสมในตับ ,ตับอักเสบ,ตับแข็ง ฯลฯ

 

3.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม (น้ำอัดลมมีทั้งน้ำตาลและคาเฟอีนเลยทีเดียว) มีสารอะดรีนาลีนที่ทำให้ร่างกายตื่นตัวก็จริง แต่ก็ทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่นขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้คาเฟอีนยังดูดซึมวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการบำรุงผิวพรรณออกไปจากร่างกายอีกด้วย

 

4.อาหารปิ้งย่าง

ในอาหารปิ้งย่างมักจะพบสารไฮโดรคาร์บอน โดยเฉพาะตรงส่วนที่ไหม้เกรียมซึ่งก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ทำลายเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย และอาจส่งผลทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าคุณจะรับประทานอาหารจำพวกนี้ไม่ได้เลยเพียงแค่ ต้องเลือกรับประทานสักนิดโดยเขี่ยเนื้อบริเวณที่ไหม้เกรียมออกก็สามารถช่วย ลดความกังวลตรงนี้ไปได้บ้าง

 

5.อาหารรสเค็ม

อาหารในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นอาหารที่ปรุงด้วยเกลือเพียงเท่านั้น แต่อาหารที่มีปริมาณโซเดียมมากๆ ก็เข้าข่ายด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าได้รับโซเดียมมากเกินไปจะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ โซเดียมดูดซับน้ำออกจากระบบต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น แถมการบวมน้ำยังทำให้ตาบวมไม่สดใสอีกด้วย

 

6.อาหารแปรรูป  แช่แข็ง อาหารกระป๋อง

ไม่ว่าจะเป็นปลากระป๋อง ผักดองกระป๋อง อาหารกล่องแช่แข็ง ไส้กรอก เบคอน หมูยอ แฮม ฯล นอกจากจะมีรสเค็ม และโซเดียวสูงแล้ว ยังมีสารในกลุ่มซัลไฟต์ ที่มาในรูปของสารกันเสีย แต่งกลิ่นและรสสังเคราะห์ และวัสดุกันอาหารเหม็นหืน ที่เข้าไปกระตุ้นผิวให้เกิดอาการอักเสบ และริ้วรอยถามหาไวอย่างไม่น่าเชื่อ 

 

7. ไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันทรานส์

นอกจากทำให้อ้วนง่าย ผิวมีเซลลูไลท์แล้ว ไขมันทรานส์ยังทำให้ผิวหนังของเราไวต่อรังสียูวีมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าผิวของเราก็จะถูกแสงแดดอันร้อนแรงในบ้านเราทำร้ายได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งขาดความนุ่มชุ่มชื่น และริ้วรอยถามหาไวขึ้นเยอะเลยทีเดียว (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับไขมัน และน้ำมันต่างๆ ที่ “น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ตกลงอันไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน?”)

 

8. เครื่องดื่มชูกำลัง

นอกจากเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ จะไม่ดีต่อร่างกายในแง่ที่มีทั้งคาเฟอีน และน้ำตาลสูงแล้ว (ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ก็ทำให้แก่ลงเหมือนกัน) ยังทำลายสารเคลือบฟัน ทำให้ฟันเหลือง ผุ กร่อน ได้ง่ายอีกด้วย

 

9. อาหารทอด

อาหารทอดมีปริมาณไขมันสูง นอกจากทำให้อ้วนแล้ว ยังทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนังเหี่ยวย่น ไม่สดใสเปล่งปลั่งอีกด้วย

 

10. อาหารที่ใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (น้ำตาลเทียม)

เพราะน้ำตาลเทียม เช่น แอสปาแตม จะส่งผลให้เกิดอาการปวดหัว ปวดข้อ และทำให้อยากน้ำตาลมากขึ้น จึงวนกลับไปที่ข้อแรก “น้ำตาล” อีกครั้ง

 

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่บอกว่า “You are what you eat” แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า “คุณกินอะไรเข้าไป คุณก็เป็นอย่างนั้น” เป็นสำนวนที่เราคุ้นหูกันมาช้านาน ถ้าควรอยากมีสุขภาพดี คุณเท่านั้นเป็นคนตัดสินใจเลือกซื้อและกิน และถ้าไม่อยากหน้าแกเร็ว มีตีนกาขึ้นก่อนวัยอันควร ก็ควรหลีกเลี่ยงอารหารเหล่านี้ แล้วเลือกแต่กินของที่มีประโยชน์นะคะ  

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) และ sanook.com

และภาพเพิ่มเติมจาก today.line.me


loading...